ฝังมุกคืออะไร ทำแล้วมีประโยชน์อย่างไร

ฝังมุก

ผู้ชายหลาย ๆ คน มีความเชื่อว่าการ ฝังมุก จะช่วยให้เพิ่มอรรถรสให้กับสาว ๆ เวลามีอะไรกัน งั้นผมจะมาพูดในข้อเท็จจริงถึงเรื่องนี้ให้ได้เข้าใจกันการ ฝังมุก คือ การเอาเม็ดพลาสติก, แก้ว, โลหะ ฝังเข้าไปใต้ผิวหนังที่หุ้มองคชาต หลายคนนิยมทำกันเอง ในกลุ่มเพื่อน

ซึ่งที่จริงแล้วมันอันตรายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นอย่างมาก และก็อาจทำให้ร่างกายสร้างพังผืดหนาจนทำให้รูปร่างอวัยวะเพศบิดเบี้ยวได้เลยนะ ที่สำคัญคือถ้ามันเป็นแบบนั้นแล้ว มันแก้ยากด้วย บางคนต้องเอาออกภายหลัง บางรายรุนแรงจนเป็นมะเร็งองคชาต หรือต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งเพราะการติดเชื้อและเน่า ไม่ใช่แค่ตัวเราที่ต้องรับผลกระทบด้านลบที่จะตามมา และการฝังมุกยังอาจสร้างความเจ็บปวดให้กับคู่ เวลาที่มีอะไรกันด้วยนะ

ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบนะครับ แต่ถ้าใครต้องการจะฝังจริง ๆ การฝังมุกให้เกิดประโยชน์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียอย่างแท้จริง และที่สำคัญมาก ๆ เลย คือ การพูดคุยกับคู่ของเราด้วยว่าต้องการเหมือนกันมั้ย เพื่อความรัก ความสุข ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ฝังมุก จะได้ไม่ฝังใจกันและกัน

ฝังมุก

ฝังมุกคืออะไร

ฝังมุก (Pearling)  สิ่งที่สำคัญ คือ การฝังมุกนั้นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เม็ดมุกต้องสะอาดปราศจากเชื้อ มิฉะนั้นอวัยวะเพศของคุณอาจจะเป็นแผลติดเชื้อ ถึงกับเน่าได้
การฝังมุก คือ การฝังวัสดุกลมๆ เข้าบริเวณ หนังอวัยวะเพศชาย ซึ่งวัสดุเหล่านี้อาจทำจาก เม็ดแก้ว เม็ดพลาสติก ซิลิโคน หรือไข่มุก เพื่อเพิ่มผิวสัมผัสของอวัยวะเพศชายขณะที่มีเพศสัมพันธ์ โดยเชื่อว่าจะไปกระตุ้นบริเวณจุดความสุขทางเพศภายในช่องคลอดของฝ่ายหญิง ทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุข และสร้างความพึงพอใจในกิจกรรมทางเพศมากขึ้น

แต่สิ่งที่สำคัญคือ การฝังมุกนั้น ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เม็ดมุกต้อง สะอาดปราศจากเชื้อ มิฉะนั้นอวัยวะเพศของคุณอาจจะเป็นแผลติดเชื้อ ถึงกับเน่าได้ สำหรับขนาดไข่มุก ที่เหมาะสมจะทำการฝังในอวัยวะเพศชายนั้น อยู่ระหว่าง 0.5 – 1 ซม. ขนาดขึ้นกับความเหมาะสม และสามารถ เพิ่มจำนวนมุกฝังได้หลายจุด หลายตำแหน่ง ได้ตามความต้องการและตามความพึงพอใจของท่านชายได้เลย

ฝังมุก

ฝังมุก ทำแล้วมีประโยชน์อย่างไร

เมื่อถามว่าฝังมุกแล้วมีโยชน์อย่างไร ตอบเลยว่าขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน การสร้างความประทับใจในแบบที่เพิ่มพื้นผิวขรุขระให้กับน้องชายนี้ ไม่ได้เป็นผลดีกับทุกคน บางคนชอบโดยให้เหตุผลที่ว่า เสียวขึ้น มีความรู้สึกเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับบางคนก็ไม่ชอบครับ การไปเสริมเติมแต่งมันส่งผลเสียระยะยาวแน่ ๆ ไม่ได้แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นนะครับ

แต่มันส่งผลเสียกับสุขภาพของเราครับ เช่น ในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาด ก็ทำความสะอาดยากขึ้น เชื้อโรคก่อตัวง่ายขึ้น การติดเชื้อเนื่องจากแผลผ่าตัด บางครั้งมุกที่ฝังเกิดการระคายเคืองทำให้เจ็บปวดระหว่างมีเซ็กซ์ อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ในที่สุด

ปัจจุบัน การฝังมุกที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ จึงถือว่าไม่เป็นอันตราย เพราะเมื่อมีการนำสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ร่างกายของเราจะผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้าน ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ การฝังมุกยังมีความเสี่ยง เนื่องจากที่อวัยวะเพศชายมีเส้นประสาทและเส้นเลือดที่สำคัญจำนวนมาก

โดยเฉพาะถ้ากลุ่มวัยรุ่นทำกันเองที่บ้าน อุปกรณ์ที่ใช้ พื้นผิวที่ทำ และอุปกรณ์ในการฝังหรือฉีด อาจไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เมื่อติดเชื้อก็จะส่งผลระยะยาว คืออวัยวะเพศมีโอกาสไม่แข็งตัว หรือผิดรูป เป็นเหตุให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

บางรายโชคร้ายอาจเกิดเนื้อตายที่บริเวณผิวของอวัยวะเพศหรือก่อให้เกิดมะเร็งที่มีผลร้ายแรง ถ้าหากรักษาไม่ได้ อาจจะต้องตัดทิ้งเลยทีเดียว สำหรับผู้หญิงในบางรายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ฝังมุก ก็อาจมีเลือดออกตามมา เพราะโดนมุกขูดตามผนังช่องคลอด ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อในช่องคลอดหรือทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย ทำให้มีผู้หญิงจำนวนมากที่กลัว ไม่มีความสุข และไม่ยอมร่วมเพศกับผู้ชายที่ฝังมุก

มุกที่ใช้ในการฝัง

  • มีตั้งแต่มุกปกติ มุกปกติ มุกธรรมชาติ มุกเลี้ยง มุกนำเข้า
  • มุกสีพิเศษ เช่น มุกดำ มุกทอง มุกชมพู
  • โดยราคามุก ขึ้นอยู่กับชนิดและสี และมุกพิเศษทุกเม็ด มีใบรับรอง (Certificate Guarantee) ของแท้ทุกเม็ด
    การฝังมุกช่วยนอกจากเป็นเรื่องเพิ่มความสวยงามแล้ว เปรียบดังผู้หญิงเราปัจจุบันที่ทำจมูกกันเป็นเรื่องปกติ และยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับท่านชาย และช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของท่าน ช่วยให้ผู้หญิงมีโอกาสถึงจุดสุดยอด (orgasm) ได้ง่ายขึ้น

ก่อนทำการฝังมุก

  • ดูแลความสะอาดของร่างกายก่อนทำหัตถการ
  • เตรียมจิตใจให้แจ่มใส ไม่กังวง

ฝังมุก

ขั้นตอนการทำ

  • ฉีดยาชาเฉพาะที่
  • ระยะเวลาในการทำหัตถการ 15 – 20 นาที
  • หลังทำสามารถทำงานได้ตามปกติหลังทำ
  • ดูแลอย่าให้แผลโดนน้ำ 3 วัน
  • รอแผลหาย 5 – 7 วัน
  • หยุดการมีเพศสัมพันธ์ 2 สัปดาห์ (เริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้ประมาณ 2 สัปดาห์กลังผ่าตัด)
  • มาพบแพทย์ตามนัด

สรุป ฝังมุกคืออะไร ทำแล้วมีประโยชน์อย่างไร

การฝังมุกที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ จึงถือว่าไม่อัตราย หากทำโดยผู้เชี่ยวชาญถือว่ามีความปลอดภัยเป็นอย่างมากครับ ฉะนั้นควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ บางคนต้องเอาออกภายหลัง บางรายรุนแรงจนเป็นมะเร็งองคชาต หรือต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งเพราะการติดเชื้อและเน่าได้ครับ คิดเยอะๆ ตัดสินใจดีๆ ก่อนที่จะทำอะไรกับน้องชาp

author avatar
นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ใบอนุญาตเลขที่ 29458

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *