กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร เป็นแล้วหายเองได้ไหม

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือ หนึ่งในอาการหลักของการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และโรคท่อปัสสาวะอักเสบเป็นอีกโรคยอดฮิตตลอดกาลของสาว ๆ พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา มนุษย์ออฟฟิศและเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์สายท่องเที่ยว มักพบกับเหตุสุดวิสัยจนกลายเป็นพฤติกรรมกลั้นปัสสาวะไว้นาน ๆ เนื่องจากพฤติกรรมและสรีระที่รูปทวารอยู่ใกล้ท่อปัสสาวะ และท่อปัสสาวะที่สั้นทำให้แบคทีเรียจากทวารหนักไหลย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะก่อให้เกิดการติดเชื้อขึ้น

ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพทางระบบทางเดินปัสสาวะที่พบบ่อย ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มสาวๆ อาการที่น่ารำคาญใจ เช่นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดท้องน้อย เจ็บ จนถึงกับกลั้นไม่ได้ อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจและ สร้างความทรมานให้ร่างกายและใช้ชีวิตได้ยากลำบากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึก ทำความรู้จักโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบให้มากขึ้นถึงที่มาที่ไป สัญญาณเตือนหรืออาการส่อโรคแบบไหนที่เห็นได้ชัดเจน พฤติกรรมใดที่ทำให้ร่างกายตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ไปจนถึงการรักษาดูแลตัวเองอย่างไรให้ถูกวิธี มาศึกษาก่อนสาย ทำความเข้าใจโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบไปพร้อมกัน

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ คืออะไร

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดกระเพาะปัสสาวะแบบน่ารำคาญ ปัสสาวะไม่สุด ฯลฯ และอาจพัฒนากลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้หากไม่ได้รับการรักษา เพราะการติดเชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังไตได้

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอาจเกิดขึ้นจากปฏิกิริยากับยาบางชนิดหรือการฉายรังสี การมีสุขอนามัยที่ไม่ดี การใช้สายสวนในระยะยาว ฯลฯ นอกจากนี้ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบยังสามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ

การรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบขึ้นอยู่กับสาเหตุของการติดเชื้อ การรักษาตามปกติสำหรับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรียคือการใช้ยาปฏิชีวนะ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอาการอะไรบ้าง

อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ได้แก่

  •  ปัสสาวะไม่ออก
  • ปวดหรือรู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อย ปริมาณน้อย รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • มีเลือดในปัสสาวะ
  • ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นแรง
  • รู้สึกไม่สบายบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ปวดหน่วงบริเวณท้องใต้สะดือ
  • มีไข้ต่ำ ๆ เป็นต้น

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากอะไร

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยทั่วไปมักเกิดจากแบคทีเรียภายนอกร่างกายเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะและเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นในกระเพาะปัสสาวะ ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย Escherichia coli (E. coli) แต่แบคทีเรียชนิดอื่นก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน

การติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะอาจเกิดขึ้นในผู้หญิงหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ในผู้ที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากบริเวณอวัยวะเพศหญิงมักมีแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

แม้ว่าการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ก็ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้เช่นกัน เช่น การใช้ยาบางชนิด การฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน การใช้สายสวนปัสสาวะในระยะยาว การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด บางครั้งอาจเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน นิ่วในไต ต่อมลูกหมากโต หรืออาการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

โดยผู้หญิงมักพบความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะที่สั้นกว่า ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสที่แบคทีเรียจะเดินทางไปถึงกระเพาะปัสสาวะได้มากกว่าบางคนมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะซ้ำ ๆ มากกว่าคนอื่น โดยความเสี่ยงที่อาจจะทำให้โอกาสติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น ได้แก่

  • การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้แบคทีเรียในปัสสาวะเจริญเติบโตได้ดี
  • การมีเพศสัมพันธ์ ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ แบคทีเรียสามารถถูกผลักเข้าไปในท่อปัสสาวะได้
  • การดูแลรักษาสุขอนามัยบริเวณไม่ดี ทำความสะอาดอวัยวะเพศไม่ถูกวิธี การสวนล้างช่องคลอด
  • หมดประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือนมักจะนำไปสู่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • กำลังตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ
  • การมีภาวะบางอย่าง เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากโต
  • ภาวะที่ส่งผลให้มีภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลงไป เช่น โรคเบาหวาน การติดเชื้อเอชไอวี การรักษามะเร็ง
  • การใช้สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานานในผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังหรือในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงที่จะติดเชื้อแบคทีเรียและเนื้อเยื่อกระเพาะปัสสาวะเสียหายได้ เป็นต้น

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หายเองได้ไหม

ในรายที่มีอาการเริ่มเป็นในช่วงแรก , ไม่รุนแรง และไม่มีโรคประจำตัว  บางรายสามารถหายเองได้ โดยให้ดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ และงดกลั้นปัสสาวะ

การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบเบื้องต้นด้วยตัวเอง

อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่ไม่รุนแรงมักจะหายได้เองหลังจากผ่านไปสองสามวัน โดยสามารถบรรเทาอาการได้จาก

  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลและไอบูโพรเฟน
  • ดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยเจือจาง และขจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ
  • วางขวดน้ำร้อนอุ่นบนหน้าท้องส่วนล่างเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง
  • พักผ่อนให้มากขึ้น
  • งดคาเฟอีน เช่น ในชาและกาแฟ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่เป็นกรด (เช่น น้ำอัดลม) เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้
    หากอาการ ไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปสองหรือสามวัน หรือดูเหมือนจะแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์ของคุณ หรือเภสัชกรซึ่งจะจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดการติดเชื้อ ไม่ควรซื้อยาจากร้านยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากเภสัชกร เนื่องจากยาปฏิชีวนะที่ได้อาจไม่ตรงกับโรค ทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

การป้องกัน โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำเปล่า โดยเฉลี่ยประมาณ 2 ลิตรต่อวันในผู้ใหญ่
  • ปัสสาวะบ่อย ๆ หากรู้สึกอยากปัสสาวะ ให้ไปปัสสาวะทันที ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ
  • มีสุขอนามัยที่ดีโดยเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังหลังจากถ่ายอุจจาระ เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียในบริเวณทวารหนักแพร่กระจายไปยังช่องคลอดและท่อปัสสาวะ และใช้สบู่ทำความสะอาดที่ไม่แรงเกินไป เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้
  • ไม่แช่ในอ่างอาบน้ำ การแช่ในอ่างอาบน้ำเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้
  • ทำความสะอาดอวัยวะเพศทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์

สรุป กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร เป็นแล้วหายเองได้ไหม

แม้ว่าโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและท่อปัสสาวะอักเสบจะไม่ได้มีความรุนแรง บางรายสามารถหายเองได้ แต่ก็สามารถสร้างความหงุดหงิดใจและพบได้บ่อยครั้ง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมตามที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น ร่วมกับการออกกำลังกาย จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญคืออย่ามองข้ามเมื่อเจ็บป่วยแล้วปล่อยให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นเวลานาน หากอาการแสบขัดไม่ดีขึ้น มีไข้ หนาวสั่น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาเพิ่มเติมอย่างตรงจุด เพราะเชื้อแบคทีเรียอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนเข้าสู่กรวยไตทำให้เกิดสภาวะไตวาย และกลายเป็นการอักเสบติดเชื้อในกระแสเลือด ที่อาจส่งผลร้ายอันตรายถึงแก่ชีวิต

author avatar
นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ใบอนุญาตเลขที่ 29458

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *