มาถึงบทความนี้ คุณผู้ชายหลายๆ ว่า คงทราบกันแล้วว่าการทำหมันชายคืออะไร สรุปคร่าวเผื่อบางคนยังไม่ทราบกัน การทำหมันชาย (Vasectomy) การผูกตัดท่ออสุจิในผู้ชายได้มีการทำกันมานานกว่า 150 ปีแล้ว ในประเทศไทยมีการทำมานานกว่า 60 ปี
ปัจจุบันมีการพัฒนาวิธีการทำหมันให้แผลเล็กมาก เรียกว่า การทำหมันเจาะ (non scalpel vasectomy) และหมันฉีด (vas injection with occlusive agent) นอกจากการพัฒนาเทคนิคการทำหมันแล้ว ยังมีการศึกษาถึงความปลอดภัยในระยะยาวของผู้ที่ได้รับการทำหมันไปแล้ว ซึ่งพบว่ามีสุขภาพดีกว่า ผู้ที่ไม่ได้ทำหมัน
เนื่องจากการทำหมันเป็นวิธีคุมกำเนิดชนิดถาวร จึงเหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีบุตรเพียงพอแล้วเท่านั้น ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ยังไม่ควรทำหมัน เพราะการแก้หมันนั้น แม้ว่าจะทำได้โดยไม่ยากนักแต่ก็เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย พอสมควรและผลสำเร็จไม่มาก
วันนี้จะพามาเจาะลึกถึงการเตรียมตัวก่อนทำหมันชาย ขั้นตอนการทำหมันชาย ขั้นตอนการทำหมันชายแบบใช้มีดกรีดเปิดผิวหนัง ขั้นตอนการทำหมันชายแบบใช้เครื่องมือเจาะบริเวณผิวหนัง การดูแลตัวเองหลังทำหมันชาย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นของการทำหมันชาย

การเตรียมตัวก่อนทำหมันชาย
ก่อนรับการผ่าตัดทำหมันชาย จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรับทราบข้อมูล รายละเอียดการทำหมันทั้งสามี และภรรยา แพทย์จะสอบถามเพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับการทำหมันไม่ต้องการมีบุตรอีกแล้วจริงๆ เพราะการทำหมันเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร หากตกลงแล้วว่าจะทำหมันจริง ๆ ก็อาจมีเตรียมตัวก่อนรับการผ่าตัด ดังนี้
- แพทย์ตรวจร่างกาย ซักประวัติก่อนทำการผ่าตัด
- ในกรณีของผู้ที่กำลังรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการรับประทานยาที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด แพทย์อาจพิจารณาให้งดยาก่อนการผ่าตัด
- ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้องตัดขนบริเวณอัณฑะให้สั้นที่สุด ไม่ควรโกนเพราะอาจเกิดแผลได้
- อาบน้ำสระผมโดยเฉพาะบริเวณขาหนีบและอวัยวะเพศ และงดทาแป้ง
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด หลวมสบายตัวในวันที่เข้ารับการทำหมัน

ขั้นตอนการทำหมันชาย
การทำหมันชายเป็นการผ่าตัดประเภทหนึ่งที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย และปลอดภัยกว่าการทำหมันหญิง โดยขั้นตอนการผ่าตัดทำหมันชายในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆ ดังนี้
1.ขั้นตอนการทำหมันชายแบบใช้มีดกรีดเปิดผิวหนัง
- ทำความสะอาดและเตรียมบริเวณหนังหุ้มอัณฑะสำหรับการผ่าตัด
- ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณท่อนำอสุจิซึ่งอยู่เหนืออัณฑะเล็กน้อย
- เมื่อยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะใช้มีดกรีดบริเวณถุงอัณฑะเหนือท่อนำอสุจิ 1-2 แผล ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร
- เมื่อพบท่อนำอสุจิแล้วแพทย์ทำการตัดท่อนำอสุจิและผูกที่ปลายทั้งสองที่ถูกตัดขาดจากกัน แล้วปล่อยให้ท่อนำอสุจิกลับลงไปใต้ผิวหนังเหมือนเดิม
- เย็บปิดผิวหนังที่กรีดด้วยไหมละลาย
2.ขั้นตอนการทำหมันชายแบบใช้เครื่องมือเจาะบริเวณผิวหนัง
การทำหมันโดยใช้เครื่องมือเจาะอาจเรียกสั้นๆ อีกอย่างว่า “หมันเจาะ” ถือเป็นวิธีที่ใช้กันโดยทั่วไป มีขั้ตอนหลักๆ ดังนี้
- ทำความสะอาดและเตรียมบริเวณหนังหุ้มอัณฑะสำหรับการผ่าตัด
- ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณท่อนำอสุจิซึ่งอยู่เหนืออัณฑะเล็กน้อย
- เครื่องมือปลายแหลมเจาะรูเล็กๆ บริเวณผิวหนังอัณฑะขนาด 0.5 – 1 ซม.เพื่อหาท่อนำอสุจิ แล้วเกี่ยวออกมาโดยใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นห่วงตรงปลายสอดเข้าไปเกี่ยวท่อนำอสุจิออกมา
- แพทย์ทำการตัดท่อนำอสุจิและผูกที่ปลายทั้งสองที่ถูกตัดจากกัน แล้วปล่อยให้ท่อนำอสุจิกลับลงไปใต้ผิวหนังเหมือนเดิม
- เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก จึงไม่จำเป็นต้องเย็บปิดแผล ใช้เพียงพลาสเตอร์ยาปิดแผลเท่านั้น

การดูแลตัวเองหลังทำหมันชาย
- สามารถกลับบ้านได้
- ควรพักผ่อนประมาณ 2 วัน ทำงานเบา ๆ ได้ งดเว้นยกของหนักและงดทำงานหนัก 1 สัปดาห์
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- หากมีอาการปวดบวม สามารถรับประทานยาแก้ปวดและประคบเย็นบริเวณแผลได้
- หลังการผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงสามารถทำงานเบาๆ ได้
- งดออกกำลังกายหรือยกของหนักหนักเป็นเวลา 3-4 วัน
- ระวังอย่าให้แผลทำหมันเปียกน้ำ 7 วัน ถ้าแผลถูกน้ำควรทำความสะอาดเพื่อป้องกันการ ติดเชื้อโรค
- กรณีที่ต้องตัดไหม จะนัดให้ผู้รับบริการมาตัดไหมหลังทำหมัน 7 วัน
- งดมีเพศสัมพันธ์ 10 วันแรกหลังการผ่าตัด เพราะหลังการทำหมันในช่วงนี้อาจมีอสุจิค้างอยู่ในท่อน้ำเชื้อ เพราะอาจทำให้ไหมที่ผูกปลายท่ออสุจิ ด้านลูกอัณฑะหลุดได้เนื่องจากความดันที่เพิ่มขึ้น ทำให้การทำหมันล้มเหลวได้ โดยในช่วงในช่วง 2-3 เดือนหลังการผ่าตัดการมีเพศสัมพันธ์ต้องคุมกำเนิด ซึ่งแพทย์จะนัดหมายเพื่อตรวจดูน้ำเชื้ออสุจิอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีตัวแล้ว
- ระหว่างที่แพทย์ยังไม่ตรวจดูน้ำเชื้ออสุจิ ควรใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัย หรือจนกว่าได้รับการตรวจน้ำเชื้ออสุจิยืนยันว่าไม่พบตัวอสุจิ

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นของการทำหมันชาย
แม้การทำหมันชายจะมีความปลอดภัยค่อนข้างมาก แต่ก็เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภทที่อาจมีโอกาสเกิดความเสี่ยงต่าง ๆ ขึ้นได้ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหมันชาย
- อาจมีลิ่มเลือดคั่งในบริเวณถุงอัณฑะ ซึ่งพบได้น้อยมากโดยพบเพียง 1% ของผู้รับการทำหมันชาย โดยมีสาเหตุจากการช้ำที่หลอดเลือดรอบ ๆ ท่อนำอสุจิโดยหากลิ่มเลือดคั่งมีขนาดเล็กจะหายเองภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีขนาดใหญ่และมีอาการปวดมากควรรีบพบแพทย์
- อาจพบอาการแผลผ่าตัดติดเชื้อ ซึ่งพบได้น้อยมาก มักมีอาการปวด บวม และแดงบริเวณอัณฑะ หรือมีหนองไหลจากแผล หากเกิดอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ด่วน
- ปวดหน่วงๆ แบบเรื้อรังที่บริเวณอัณฑะ ซึ่งพบได้น้อยมากหรือราวๆ 1 ใน 2,000 ราย มักมีสาเหตุจากความดันในท่อนำอสุจิสูงขึ้น เพราะแม้จะตัดท่อนนำอสุจิให้ขาดแล้วแต่อัณฑะยังมีการสร้างอสุจิได้เหมือนเดิม แต่ไม่สามารถถูกปลดปล่อยออกมาได้ อาการนี้จะไม่ปวดมากและมักเป็นๆหายๆ ไปตลอด
- พบก้อนในถุงอัณฑะ ซึ่งเกิดจากก้อนอสุจิที่มาจากการรั่วของแผลผ่าตัดส่วนที่ผูกหลอดนำอสุจิ โดยอสุจิจะเกาะอยู่รอบ ๆ ปลายท่อนำเกิดการอักเสบโดยรอบ และจับตัวเป็นก้อนเกาะที่ปลายท่อนำอสุจิ แต่ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด ซึ่งสามารถรักษาโดยการพักผ่อนและให้ยาต้านการอักเสบ
สรุป ทำหมันชายพักฟื้นกี่วัน มีผลข้างเคียงไหม
การทำหมันชายสามารถกลับบ้านได้เลย และกลับไปบ้านควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลตัวเองหลังทำหมันชายตามข้างต้น แม้การทำหมันชายจะมีความปลอดภัยค่อนข้างมาก แต่ก็เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภทที่อาจมีโอกาสเกิดความเสี่ยงต่าง ๆ ขึ้นได้ดังที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่สำคัญควรตัดสินใจให้รอบคอบก่อนที่จะทำหมันนะครับ


ทำหมันแล้วอยากกลับมามีลูกได้ไหม
หากพูดถึงเรื่องการทำหมัน หลายคนอาจคุ้นเคยกับการทำหมันขอ
จู๋โค้งงอ แก้ยังไงดี
การผ่าตัดแก้ไขอวัยวะเพศชายโค้งงอ คือ ขั้นตอนการรักษาทาง
ฝังมุก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
การฝังวัสดุที่มีลักษณะกลมเกลี้ยง ขนาดประมาณ 4-10 มิลลิเ